9 Mar 10

วันนี้ตบจาก Blognone เป็นอันที่ 3

กูเกิลเคยออก Android NDK (Native Development Kit) มาแก้ปัญหาที่โปรแกรมบางอย่างต้องทำงานแบบ native โดยเฉพาะเกม ในรุ่นอัพเดตล่าสุดคือ Android NDK r3 นั้นพัฒนาไปอีกขั้น โดยรองรับ OpenGL ES 2.0 แล้ว

OpenGL ES เป็น API สำหรับกราฟิกสามมิติ ที่ออกแบบมาใช้กับอุปกรณ์พกพาต่างๆ ซึ่งระบบกราฟิกสามมิติบน iPhone ก็ใช้ OpenGL ES 2.0 เช่นกัน นั่นแปลว่าการพัฒนาหรือพอร์ตเกมจาก iPhone มายัง Android ก็น่าจะทำได้ง่ายขึ้น นอกจากเกมแล้ว โปรแกรมอีกหลายตัวอย่างเช่น Firefox รุ่นสำหรับ Android ก็ประกาศว่าจะใช้ OpenGL ในการแสดงผลอีกด้วย

โปรแกรมที่จะเรียกใช้ OpenGL ES 2.0 ต้องพัฒนาสำหรับ Android 2.0 ขึ้นไปเท่านั้น

- เกมบน Android กับ iPhone น่ะ ใช้ 3D ได้นะ

- ถ้าใครไม่ได้ใช้ middle ware ก็คงจะดีใจ เพราะ port ข้ามกันง่ายขึ้น อย่างน้อยก็ใช้ library ร่วมกันได้ มากขึ้นบางส่วน

- แต่ถ้าใครใช้ middle ware ก็ . . . เฉยๆ ถ้า middle ware ที่ใช้จัดการเองอยู่แล้ว

ปล. วันนี้ตบข่าวเกี่ยวกับ middle ware เยอะมาก
ดูๆไปก็มีแง่มุมในการเลือกใช้ ในเชิงการบริหารทรัพยากร ของ โครงการเยอะ เหมือนกัน
ไว้รวบรวมแล้วเขียนเป็นบทความ (เข้าคิวโหลดองอีกแล้ว)









9 Mar 10

ตบจาก Blognone แล้วก็เติมความเห็น ในมุมนักพัฒนาเกม

ข่าวก่อนมีการคาดการณ์กันว่า Valve จะนำ Steam ลง Mac OS X ในวันนี้ก็ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการออกมาแล้วครับ โดยมีข่าวดีว่าไม่จำเป็นต้องซื้อเกมใหม่แต่อย่างใด สำหรับเกมที่เข้าร่วมในบริการ Steam Play

ในการประกาศครั้งนี้รวมถึงสัมภาษณ์ของ AppleInsider ต่อหัวหน้าทีมพัฒนา Steam สามารถสรุปได้ใจความว่า

* Valve ได้เพิ่มให้ Source engine สนับสนุน OpenGL และถือให้ Mac เป็นพลเมืองชั้นหนึ่ง โดยเกมทั้งหมดจะรันเป็น native application ไม่ผ่าน compatibility layer อย่าง Cider
* เกมของ Valve หลังจากนี้ จะวางขายพร้อมกันหมดทั้งบน Windows, Xbox 360 และ Mac OS X โดยเกมแรกที่เป็นเช่นนั้นคือ Portal 2 ที่จะออกภายในสิ้นปีนี้
* เพิ่มบริการ Steam Play ให้ผู้ที่เคยซื้อเกมบน Steam สำหรับแพลทฟอร์มใดๆ สามารถเล่นเกมบนอีกแพลทฟอร์มได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (ถ้ามีเวอร์ชั่นของแพลทฟอร์มนั้นๆ และเข้าร่วมใน Steam Play)

ตัว client เวอร์ชั่น Mac OS X รวมถึงเกมของ Valve นั้นจะเปิดให้ดาวน์โหลดภายในเดือนเมษายน โดยทีมพัฒนาได้ให้เหตุผลสำหรับการซัพพอร์ตในครั้งนี้ว่า

“ในอุตสาหกรรมของเรากำลังมีการเปลี่ยนแปลงจากสื่อบันเทิงที่เป็นตัว สินค้าไปเป็นบริการ และ Mac ก็เป็นแพลทฟอร์มที่ดูน่าสนใจสำหรับบริการนั้น”

ในมุมผู้พัฒนาเกม Steam ก็เป็น middle ware อันหนึ่ง ในตลาด
การเพิ่มการรองรับ Mac OS X เพิ่ม จากเดิม Windows, Xbox 360 ก็ . . . ดี

เดี๋ยวนี้มี middle ware ที่ทำครั้งเดียว ขายได้หลาย platform ออกมามากมาย
สำหรับ project manager ก็ . . . เลือก shopping ตามความเหมาะสมของแต่ละ project (ลักษณะของ license / ราคา / ลักษณะตลาด / ความเชี่ยวชาญเฉพาะของคนในทีม / learning curve / การ support ฯลฯ)

ในมุมผู้เล่น
ใช้เครื่อง Mac มีเกมเล่นมากขึ้น จากปกติเมื่อก่อนคนใช้ Mac บางทีต้องทนที่ไม่มีเกมดังๆบน Windows เล่น
เป็นปัญหาไก่กับไข่เหมือนกัน เพราะคนทำเกม ก็ไม่ค่อยทำเกมลง Mac เพราะกลัวไม่มีคนเล่นมากพอ (ขาดทุน)
ไม่แน่ว่า ถ้าเกมบน Mac มีเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนคนเล่น Mac เล่นเกมมากขึ้น จนวันหนึ่ง Mac จะเป็นตลาดสำคัญสำหรับเกมได้เหมือนกัน
อย่างน้อย ทาง Valve ก็เห็นเช่นนั้น
อย่างน้อยตอนนี้ถ้าทำเกมบน Steam ก็ถือซะว่า ทำบน PC หรือ XBox แล้วมอง version Mac เป็นของแถมก็ยังได้ เพราะพัฒนาครั้งเดียว









9 Mar 10

ตบข่าวอีกแล้วครับ จาก Blgonone
quote มา แล้วผมก็เขียน ความเห็นในมุมการจัดการ project เกมเพิ่มเติมแล้วกัน

ขอรวบข่าวที่เกี่ยวเนื่องกันเป็นข่าวเดียวเลยแล้วกันครับ

ข่าวแรก ไมโครซอฟท์เตรียมเปิดตัว Windows Phone Development Tools ชุดพัฒนาแอพพลิเคชั่น, เกมบนวินโดวส์โฟน 7 ภายในแนวคิด Windows Phone Developer Experience ในงาน MIX10 ที่กำลังจะมาถึง สำหรับใครที่เข้าร่วมงานจะได้รับชุดพัฒนาดังกล่าวด้วย

และในงาน TechEd Middle East ไมโครซอฟท์ก็ได้โชว์เกม Indiana Jones ที่พัฒนาขึ้นมาแล้วสามารถเล่นได้ทั้งบนพีซี วินโดวส์โฟน 7 และ Xbox โดยใช้โค้ดร่วมกันเกือบทั้งหมด จะเป็นอย่างไรดูภาพและวีดีโอได้ท้ายข่าว (ในคลิปดังนี้ไมโครซอฟท์ยังเปิดเผยด้วยว่าเครื่องต้นแบบวินโดวส์โฟน 7 ที่เปิดตัวไปมี accelerometer ด้วย)

อัพเดท พอดีผมพิมพ์ตกหล่นไป… นอกจากสร้างหนเดียวเล่นได้หลายแพลตฟอร์มแล้ว ยังสามารถเก็บเซสซันบนแพลตฟอร์มหนึ่งแล้วไปเล่นเกมต่อจากจุดดังกล่าวบนแพ ลตฟอร์มอื่นได้ด้วย!

สรุปว่า ถ้าเราเลือกที่จะพัฒนาเกมใน platform ของ Microsoft เราก็พัฒนาครั้งเดียว นำไปขายได้ทั้ง PC, XBox, Windows Mobile เลย
ก็น่าสนนะ ทำทีเดียว ต้นทุนครั้งเดียว ขายได้ทั้ง 3 ตลาด ลดทั้งด้าน เงิน(เดือน) ทางด้าน lead time ทางด้านความเสี่ยงที่ตลาดจะเปลี่ยน กับความเสี่ยงที่ project จะล่ม หรือช้ากว่ากำหนด (หมายถึงต้นทุนเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นด้วย)

ก็ทำให้ เวลาเราเลือก platform เผื่อเราจะได้พิจารณาคิดถึง Microsoft มากขึ้น (ซึ่งก็ทำให้ Microsoft ขายของเขาได้เพิ่มไปด้วย)
แต่ทั้งนี้ก็ ดูกลุ่มเป้าหมายที่จะซื้อเกมเรา ในแต่ละตลาดให้ดี เพราะกลุ่มคนอาจจะต่างกันมีความชอบไม่ชอบต่างกัน ถึงเกมเสร็จ เราก็อาจจะต้องวิ่งเต้นเรื่อง publisher (บาง platform บังคับให้เกมที่ลงต้องมี publisher อย่างเช่น XBox Live Arcade) หรือค่าการตลาดอยู่ดี ในกรณีที่ publish เอง









4 Mar 10

พอดีผมได้ idea จากบทความใน Business Week ที่เขาเขียนเกี่ยวกับเกมใน Facebook ที่เขาเขียนเกี่ยวกับคนทำเกม เก็บผัก
สิ่งที่ทำให้ผมคิดคือ ที่เขาบอกว่า คนเล่นที่เป็นล้านๆเนี่ย มีคนที่เล่นแล้วจ่ายเงินแค่ 1-3% เ้ท่านั้น

ผมว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องน่าคิด สำหรับคนที่ทำ(หรือจะทำ)เกม online

หลายคนทำเกม online มา คงจะรู้ว่า หลังจากที่เราผ่านขั้นตอน production จนเปิด server ได้แล้ว ทุกอย่างยังไม่จบ
ค่าใช้จ่ายของเรา มันยังไม่จบ แท้จริงแค่เป็นจุดเริ่มต้นของค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ๆอีกส่วนคือ การให้บริการ และค่า server

เอาเรื่องค่า server นี่ แน่นอนว่า การที่มีคนมาเล่นแต่ละคน หมายถึงเป็นค่าใช้จ่ายของเรา
หลายคนไม่เคยทำจริง อาจจะนึกว่าไม่ค่อยมีอะไร แต่ถ้าเป็นคนที่เคยทำ จะรู้ว่า ค่อนข้างต้องคิดเหมือนกัน ลองนึกถึงคนเล่นเป็นร้อยๆ พันๆคน มาเล่นพร้อมกัน database วิ่งไม่หยุด ก็จะทำ server เราเน่าได้แล้ว
ถ้าเป็นคนที่ใช้บริการเช่า server แบบเก็บค่าใช้จ่ายตามปริมาณ cpu ที่ใช้ (เช่น พวก grid server หรือ cloud computing) เห็นตัวเลขมันพุ่งเอา พุ่งเอา เป็นพัน เป็นหมื่น หรือเป็นแสน ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่ . . . เยอะอยู่เหมือนกันนะ

การที่เราทำเกม online แล้วมีคนที่เล่นแล้วยินดีจ่ายเิงินให้เราแค่ 1% นี่ทำให้เราต้องคิดเหมือนกันนะ
ว่าโดยรวมแล้ว เราจะขาดทุนหรือไม่

พอพูดเรื่องเงินแล้ว บางคนอาจจะคิดว่า เป็นพวกหิวเงิน ไม่มีจิตวิญญาณหรือเปล่า
ผมว่า . . . มันไม่ได้เกี่ยวกับหิวเงินไม่หิวเงินนะ แต่ถ้าไม่คำนวณ จะเจ็บตัวเป็นหลักหมื่น หลักแสนได้ . . . ซึ่งยังไงก็ไม่ดีใช่มะ?

เราต้องคำนวณให้ดีว่า ถ้าผู้เล่นคนนึงจ่ายเงิน เขาควรจะจ่ายเป็นจำนวนเท่าไหร่ ที่มันจะมากพอที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายสำหรับอีก 99 คนที่มาเล่น ใช้ cpu เรา โดยไม่จ่ายเงินได้
ถ้าจำนวนเงินที่ผู้เล่น 1 คน ไม่พอค่าใช้จ่าย cpu ของอีก 99 คนได้ เราก็ขาดทุน
สมมติ เกมเราดังมาก คนเล่น 1,000,000 คน วันนึง เราขาดทุน 10,000 บาท
เดือนนึงก็ 300,000 บาท
เปิดปีนึง เราขาดทุน 3 ล้านกว่าบาท ก็ล้มละลาย ขายบ้านใช้หนี้ ไม่มีบ้านจะอยู่พอดี

เพราะฉะนั้นการทำเกม online นั้น การคำนวณต้นทุน รวมทั้งช่องทางการหาเงินเพื่อมาโปะค่าใช้จ่ายมีส่วนสำคัญเหมือนกัน
พยายามให้ รายรับ รายจ่าย ต่อผู้เล่นหนึ่งคน โดยเฉลี่ย ไม่ติดลบให้ได้ ไม่งั้นจะมีแต่เจ็บตัว บางทียิ่งเกมดังยิ่งเจ็บตัวมากซะอย่างนั้นไป

. . .
เหมือนจะจบห้วนๆ แฮะ
เอาไว้ จะเขียนบทความต่อจากตอนนี้ เรื่องการประเมิณต้นทุน (และลดต้นทุน) กับวิธีการในการหารายได้จากการทำเกม online แบบต่างๆมาต่อดีกว่า

เจอกันวันหลังครับ









2 Mar 10

ตบบทความคนอื่นอีกแล้วครับ จาก Blognone (เอามาจาก EddieKim, TechCrunch ต่ออีกที)
ก็จะมา comment เพิ่มเติมเกี่ยวกับคนทำเกม

ไม่ได้ถูกสแปมบุกเว็บ แต่นี่เป็นข่าวเกี่ยวกับเกมที่ชื่อว่า Car Locator ที่เขียนโดยนาย Edward Kim ที่ลาพักร้อนอยู่กับครอบครัวเมื่อห้าเดือนก่อน จนได้เป็นเกมส่งขึ้น Market ในเวลาต่อมา

เกม Car Locator มีราคาในช่วงเริ่มต้นที่ 1.99 ดอลลาร์ และปรับเป็น 3.99 ในเวลาต่อมา Kim พบว่าการขึ้นราคาเท่าตัวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อยอดขายนัก แต่จุดสำคัญของความสำเร็จคือการได้ขึ้นเป็น Featured App ส่งผลให้ยอดขายจากวันละ 80-100 ดอลลาร์กลายเป็นเฉลี่ย 435 ดอลลาร์ต่อวันทันที ส่วนวันที่ขายดีที่สุดคือวันวาเลนไทน์ (คนใช้ Android ไม่ไปเดทกัน?) มียอดขายถึง 772 ดอลลาร์ในวันเดียว รวมรายได้ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเขามีรายได้กว่า 13,000 ดอลลาร์ หรือ 425,000 บาทภายในเดือนเดียว

ข้อกังวลสักหน่อยคือเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์ที่เริ่มมีมากขึ้นเมื่อ เกมเริ่มดัง อย่างไรก็ตาม Kim ไม่ได้กังวลมากแม้จะอยากได้ข้อมูลการละเมิดลิขสิทธิ์อยู่บ้างก็ตาม

comment

- เรื่อง pricing ของเกม เพิ่มเป็นเท่าตัว แต่ก็ไม่กระทบยอดขาย
ในทางเศรษฐศาสตร์เรียกว่า demand inelasticity (เพิ่มราคาแล้ว แต่ยอดขายก็ยังไม่ตก — สินค้าที่สถานะเป็นอย่างนี้ จะทำให้ผู้ขายได้รายได้เพิ่มได้)
สาเหตุอาจจะมาจาก 2 ทาง คือ 1.) ถึงจะเพิ่มเป็น 2 เท่า แต่มันก็ยังอยู่ในระดับขำๆ ซื้อแบบไม่คิดมาก เหมือนเดิม ผู้ซื้ออาจไม่สังเกตด้วยซ้ำ 2.) เพราะความน่าซื้อ ถึงราคาขึ้นก็ยังจะอยากซื้อ (ผลมาจากข้ออื่น)
- การเป็น featured app มีผลมาก
– เพราะมันส่งผลถึงความเชื่อมั่นต่อตัว app เพราะว่า app เป็นสินค้าที่ผู้ซื้อไม่เห็นของก่อนจนกว่าจะซื้อ และหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าผู้ซื้อจะเกิดอาการกังวลว่า ซื้อแล้วได้ของไม่ดี เสียดายเงินหรือเปล่า
การที่ได้เป็น featured app มันจะตอบโจทย์ตรงนี้ได้ ว่า app นี้ผ่านการทดสอบ ได้รับการยอมรับแล้วนะ เชื่อถือได้ ผู้ซื้อไม่ต้องกังวล
– ตำแหน่งในการมองเห็น app คนจะเห็น featured app ก่อนเลย ถ้าเทียบกับร้านอาหาร หรือร้านหนังสือ ก็เหมือนทำเลน่ะเอง ตำแหน่งที่คนเดินผ่านมากๆ ก็จะมีโอกาสที่จะมีลูกค้าเยอะ
- ถ้าเทียบกับธุรกิจเกมสมัยก่อน สมัยนี้คนทำเกมรายเล็กมีช่องทางขายและการทำตลาดได้เองมากขึ้น ถ้าสมัยก่อน ต้องพึ่ง publisher ที่มีความเชี่ยวชาญทางการตลาดเฉพาะและเงินมากเท่านั้น และก็เล่นตัวซะเหลือเกิน (แต่ก็ไม่ใช่ว่าเดี๋ยวนี้ publisher จะตายนะ แค่ว่าคนทำเกมมีช่องทางทำเองมากขึ้น)
- อันนี้ยืมมาจาก @nuishow : สินค้า consumer product (ขายผู้บริโภคจำนวนมาก แทนที่จะขายระหว่างธุรกิจด้วยกันเอง เป็น dealๆ ไป) มีสิ่งที่ดีอย่างหนึ่งคือ มัน “มีโอกาสถูกหวย” ถ้าอยู่ดีๆ มันได้รับความนิยม คนแห่มาซื้อจำนวนมาก เงินก็ไหลมาจำนวนมากเลย <– ในบริบทของเรา เกมก็เป็นหนึ่งใน consumer product นั่นเอง และนี่คือ case study ของการ “ถูกหวย” ตามคำที่ @nuishow ว่า อันหนึ่ง









23 Feb 10

ท่านอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชณ์ บอกว่าจะเริ่มเดินหน้าได้จริง เดือนมีนาคมนี้แล้ว และปีนี้จะเป็นปีสำหรับเดินหน้าโครงการ Creative Thailand เน้นๆเลย

———-

อันนี้ ผมรวมข้อมูลจากหลายที่มาเสริมให้ (ไม่อยาก quote ท่านมาก เพราะจำที่ท่านพูดได้ไม่หมด กลัวไปเขียนเกินที่ท่านพูด แล้วอาจจะมีบางอันทำให้ท่านดูเสีย credit)

มีคนสงสัยว่า โครงการเกี่ยวกับ Creative Economy นี่จะเอาจริงรึเปล่า เห็นประเทศมาตั้งนาน แต่ยังไม่ค่อยมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่
ความจริงคือ ค่อยๆทำ และอะไรต่างๆบางทีก็ใช้เวลาหน่อย เช่นเรื่องการผ่านงบประมาณต่างๆที่ใช้เวลาพอสมควร เพราะต้องตรวจสอบให้ละเอียดก่อนเหมือนกัน (ไม่งั้นทำงานไม่ระวัง ไม่ตรวจสอบให้ดี เผลอไปผิดกฎข้อไหนเข้าโดยไม่รู้ตัว จะมีคนทำงานโดนคุกกันได้ ต้องเห็นใจข้าราชการเขาหน่อย มันไม่เหมือนเอกชน)

เป้าหมายของโครงการ Creative Thailand คือ พัฒนาโครงสร้างของธุรกิจในส่วนที่เป็นเศรษฐกิจสร้าจสรรค์ในไทย ให้แข็งแกร่งและมีขนาดใหญ่ขึ้นจากตอนนี้แค่ 10% ของ GDP เป็น 20% ของ GDP ภายใน 3 ปี

โครงการในปีนี้อาจจะมีอีกเยอะแยะ ส่วนหน้าที่ web นี้อย่างหนึ่งก็คง จะคอยมองๆให้ว่า จะมีอันไหนที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนทำเกมบ้าง จะเอามาคอยบอกกัน เผื่อเพื่อนๆจะได้ใช้สิทธิประโยชน์กันเต็มที่ ไม่ปล่อยให้หลุดไป









18 Feb 10

ตามที่สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้รับบสมัครผู้ประกอบการเพื่อเข้าร่วมงาน Game Connection San Francisco 2010, US นั้น
บัดนี้คณะกรรมได้ ได้พิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีรายชื่อตามลำดับต่อไปนี้เพื่อเข้าร่วมงาน Game Connection San Francisco 2010, US ระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม 2553

1 Cyber Planet Interactive Public Co.,Ltd.
2 Game Square Interactive Co.,Ltd.
3 Imagimax Co.,Ltd.
4 NorthPole Studio Co.,Ltd.
5 Novaleaf Game Studio Co.,Ltd.
6 RingZero Game Studio Ltd.

รายชื่อบริษัทที่ได้รับคัดเลือกสำรอง

1 Digidream Co.,Ltd. (ติดต่อไม่ได้)

โดยสรุป คือ
Sipa มีงานสนับสนุนแบบนี้เรื่อยๆ โดยถ้าเป็นช่วงนี้ จะยิ่งได้รับการหนุนจากกระแสนโยบาย ไทยเข้มแข็งและ Creative Economy มาก
สำหรับงาน Game Connection แบบนี้ ถ้ามีคนสงสัย มองไม่ออกว่า ไปทำไม ได้อะไร มีคำตอบแบบสั้นๆประมาณว่า
- อาจจะไปเจอ publisher ช่วยรับเกมเราไปขายให้
- อาจจะไปเจอ คนเอางาน out source มาให้เราทำ โดยเฉพาะถ้าเป็นเจ้าใหญ่ๆจะไม่ได้แค่เงิน เราจะเอามาแปะใน portfolio เป็น credit สำหรับการเจรจาธุรกิจอื่นๆภายหลังได้มาก
- อาจจะ ฯลฯ
- ไปกับหน่วยงานรัฐบาลสร้างอำนาจต่อรองและความน่าเชื่อถือได้มาก เพิ่มความสะดวก และลดค่าใช้จ่าย

ถือว่าเป็นโอกาสและสิทธิประโยชน์ในหลายๆอย่าง

ที่มา : SiPA









17 Feb 10

เราก็รู้กันอยู่ว่า Flash ตอนนี้เป็น platform ในการพัฒนาโปรแกรมที่มีสื่อเคลื่อนไหว (ซึ่งหมายถึงเกมด้วย) ที่มีพื้นที่เข้าถึงผู้ใช้ที่กว้างใหญ่มาก เพราะโปรแกรมที่ทำด้วย Flash มันเล่นบน browser ได้ทันที ซึ่งไม่จำกัด OS และ Hardware มีคุณสมบัติที่พร้อมสำหรับงานประเภทนี้ โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้อง load อะไรเพิ่มเลย (จริงๆมันก็ต้อง load ตัว Flash plugin แต่ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เกือบทั้งหมดในโลก มักจะติดตั้ง Flash plugin อยู่แล้ว) และเครื่องมือในการพัฒนาโปรแกรมบน Flash ก็ค่อนข้างมีดีมาก ใครๆก็ใช้ Flash ถือว่าเป็น de facto standard

โดยส่วนตัวผมก็มี project ในการดูแลที่ใช้ Flash เหมือนกัน

แต่ทีนี้มีปัญหาคือ
iPhone ซึ่งเป็นมือถือที่กินส่วนแบ่งตลาดสูงมาก ไม่สามารถใช้ Flash ได้
ทำให้ เวลาที่เราอยากจะทำเกมเพื่อให้เล่นใน iPhone ได้ เราจะต้องเสียงบประมาณ และเวลาเพื่อทำ version iPhone ใหม่ด้วย
ตอนแรกเราก็คิดว่า “เดี๋ยวก็คงใช้ได้ทีหลังมั้ง”
แต่จากข่าวในช่วงไม่นานมานี้ ทำให้เราได้รู้ทิศทางแล้วว่า “คงจะยากมั้งเนี่ย” เนื่องจาก Steve Jobs เองได้ออกมาบอกว่า ที่ iPhone ไม่มี Flash เป็นความตั้งใจ เพราะคิดว่า Flash นั้นไม่ดี และบอกด้วยว่า HTML5 จะมาแทน Flash

“HTML5 จะมาแทน Flash”?
เกิดความคิดในหัวว่า “ตายแล้ว แล้วอย่างนี้ project เราจะทำไง” กับ “ถ้า HTML5 จะมาแทน งั้นเราทำ project เราด้วย HTML5 ตอนนี้เลยก็อาจจะดีนะ จะได้ไม่ต้องมาทำใหม่ทีหลัง”
ก็เลยทำให้หาข้อมูลหน่อย
แล้วก็เอามาเขียนซะเลย

ข้อมูลที่ได้มาเพิ่มเติม
- Flash ทำงานบน Android ได้ มีแต่ Apple นี่แหละที่ไม่ยอมเอา Flash
- Adobe CS5 ที่จะเป็น version ต่อไป (ปัจจุบันคือ CS4) จะมีเครื่องมือ ที่จะแปลงโปรแกรม Flash เป็นโปรแกรม iPhone (แต่ CS ทั้งชุดก็แพงนะ)
- บทความนี้จาก TechCrunch ให้ความเห็นว่า
– มันไม่ใช่เรื่องทางเทคนิคอย่างเดียว แต่มันเรื่องการเมืองของเกมที่ว่า ใครจะเป็นผู้ชนะในการเป็นเจ้าของมาตรฐานของ Application และหมายถึงการกุมโอกาสทำเงินของเจ้านั้น
– HTML5 ก็ไม่ใช่ว่าจะทำได้ทุกอย่าง คิดว่าจะมีส่วนตลาดที่ไม่เหมือนกัน อะไรที่เคลื่อนไหวมาก อาจจะเหมาะกับ Flash มากกว่า
– ต่อให้จะมาแทนจริงๆ ก็คงใช้เวลานานมาก เพราะว่าทุกคนต่างลงทุนกับ Flash ไปมากแล้วทั้งโลก ทั้งตลาดแรงงาน และ project ที่ทำไปแล้ว มี switching cost ที่สูง









17 Feb 10

โครงการ NEC เป็นโครงการของรัฐบาล ที่จะช่วยเป็นพี่เลี้ยงช่วยให้เกิดองค์กร หรือธุรกิจ หน้าใหม่ๆ เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อที่จะเป็นตัวจักรที่จะขับเคลื่อนการหมุนเวียนเศรษฐกิจของประเทศ เช่น ความสามารถทางด้านการพัฒนาเทคโนโลยี ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เกิดการจ้างงาน (ลดการว่างงานในเวลาเดียวกัน) . . . และก็กลับไปเป็นฐานภาษีให้รัฐบาลนำไปพัฒนาประเทศต่ออีกที

โครงการนี้ มีมาหลายปีแล้วครับ มีทุกปี พอดีในรอบปี 2553 กำลังเปิดอยู่ ก็เลยมาแจ้งข่าว เผื่อมีคนสนใจ
ใครสนใจ รีบๆสมัครนะครับ พอดีผมได้ข่าวมาช้าหน่อย เลยอาจจะมาบอกช้า เขาบอกว่าน่าจะปิดอาทิตย์หน้า แต่ถ้าใครจะส่งใบสมัครตอนนี้หรือโทรไปสอบถาม ก็ยังทันนะ

ทีนี้ เผื่อคนที่สงสัยว่า เข้าโครงการ NEC แล้วจะได้อะไร? จะตอบให้คร่าวๆดังนี้
- จะได้รับการฝึกอบรม และพี่เลี้ยงคำปรึกษาในการจัดตั้งองค์กร (หรือจะทำโดยไม่จัดตั้งเป็นเรื่องเป็นราว แล้วแต่ความเหมาะสม มีคนคอยดูให้)
- จะช่วยพาไปหาแหล่งทุนที่เหมาะสมให้
- จะพาไปออกงานต่างๆให้ เหนื่อยเองน้อยลง
- มีห้องให้ใช้เป็นสำนักงาน (เอาไว้นัดลูกค้าได้) มีแอร์ มี internet ใช้ 24 ชม. อ้อ ฟรี ด้วย
- ในช่วงนี้ รู้สึกจะมีโปรแกรม จาก Microsoft ให้ใช้ฟรี 3 ปีด้วย ประหยัดเงินซื้อของจริง และไม่ต้องผวาว่าวันดีคืนดีจะเจอ BSA มาจับ

นึกออกแค่นี้ แต่รวมๆคือ มีสิทธิประโยชน์หลายอย่าง

ใครสนใจรายละเอียดมากกว่านี้ ดูได้เต็มๆที่ หน้า web โครงการ NEC 53 ของ Software Park เอง









17 Feb 10

ก็ครับ ตามหัวข้อ
ไม่ได้ไป มีคนเอามาแปะอยู่แล้ว ไปดูของเขาแล้วกัน
http://forums.thaigamedevx.com/index.php?topic=3444.msg18169;

ความเห็นส่วนตัวของผมก็ . . . เครื่องมือ วิทยาการ และการกระจายความรู้สมัยนี้ไปไกลมาก เท่าที่ดู เยาวชน มีศักยภาพในการที่จะเป็นผู้ประกอบการได้มาก ถ้าไปในทางที่ถูกต้อง อาจจะไปเอง หรือมีคนนำให้ (การตลาดนำ)

มีเพื่อนๆเรา ส่งไปประกวด ได้บ้างไม่ได้บ้าง ใครได้ก็ยินดี ให้ถือว่าเป็นกำลังใจ และเป็นทางลัด ส่วนถ้าไม่ได้รางวัลก็ไม่คิดว่าจะต้องมีอะไรน่าเสียใจ เพราะก็กำไรมากแล้วในระยะยาว โครงการเรายังไงก็ทำอยู่แล้วไม่ว่าจะมีการประกวดหรือไม่ใช่มะ ได้ทุนมาส่วนหนึ่ง และที่สำคัญคือ ได้เป็นเวที เป็น spotlight ให้เราได้โชว์ตัว ให้คนรู้จัก และโอกาสต่างๆวิ่งเข้าหา

ยินดียินดี









Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes