Tag: Angel Capital



21 Nov 09

ต่อจากตอนที่ 1 นะครับ ตอนนี้ตอนที่ 2 แล้ว

Seed Funding

แปลว่ายืมคนรู้จัก
คนรู้จักเรา เช่น พ่อแม่ เขาคงจะรักเราบ้าง อาจจะให้ยืมเงิน
พ่อแม่ไม่ให้ ก็อาจจะไปหา อากง อาม่า อากู๋ . . . . . ไม่ก็เพื่อน หรืออาจจะอาจารย์ . . . . สักคนที่เรารู้จัก มีสายสัมพันธ์ บากหน้าไปหาได้บ้าง
หลักการอะไรไม่ค่อยตายตัวนัก สำหรับการหาทุนแบบนี้ จะคืนเขายังไง ให้ดอกเบี้ยมั๊ย หรือให้หุ้น แล้วแต่กรณีของแต่ละคน แล้วแต่ความพอใจ
สิ่งที่น่ากล่าวถึง สำหรับการหาทุนแบบนี้ก็คือ บางทีคนรู้จักเราอาจจะไม่ได้มีความเข้าใจด้านการลงทุน ไม่ได้มีจิตใจแบบนักลงทุน
เงินใครใครก็หวง ใครๆก็กลัวเสียเงินทั้งนั้น โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้เข้าใจเรื่องการลงทุน โดยมากแค่เจอคำว่าความเสี่ยงแม้แต่นิดเดียวก็ไม่ต้องพูดกันต่อแล้ว
เราต้องเข้าใจว่า เรื่องทำเกมใครๆก็มองเป็นเรื่องที่เสี่ยง ไม่มั่นคงเหมือนทำธุรกิจอื่น (หรือเป็นลูกจ้าง)
ถ้าเราไม่สร้างความเชื่อมั่นให้เขาได้ ถึงจะรักกันแต่ก็ให้กันยาก . . . ซึ่งจริงๆถึงจะเชื่อมั่นก็ตะขิดตะขวงใจอยู่ดี

Angel Capital

ถ้าเอาให้เป็นคำที่เรารู้จักกันง่ายๆ ก็ “เสี่ย” หรือ “เฮีย”
การหาเงินผ่าน angel capital จะค่อนข้างเป็นการเป็นงานกว่าแบบ seed funding
เพราะเขาเข้าใจการลงทุน และเตรียมใจสำหรับการลงทุน (ที่เห็นว่าน่าสนใจ (ถ้าไม่น่าสนใจไม่เอา)) ไว้แล้ว
สิ่งที่เขาสนใจที่สุดคือ “เขาจะได้กำไรเท่าไหร่” ยิ่งเยอะยิ่งดี
โดยมากต้อง 20% – 1000% ขึ้นไป ถึงจะดี เพราะถ้าน้อยกว่านั้นเขาเอาไปลงตราสารหนี้ หรือฝากธนาคารยังจะดีกว่า ได้เท่ากัน แถมง่าย ไม่เสี่ยงด้วย
สิ่งที่ต้องดูควบคู่เหมือนกันคือ “จะคืนทุนตอนไหน”
และที่สำคัญเหมือนกันคือ “ความเชื่อมั่น”
ความเชื่อมัน ใน idea ว่ามาถูกทาง ตอบสนองตลาด ไปได้จริง
ความเชื่อมัน ในตัวทีมงานว่าจะลาก project ไปจนจบได้ ต้องแสดงให้เห็น
- ทีมงาน ต้องมีฝีมือทำได้จริง เข้าใจสิ่งที่ตัวเองจะทำ (อาจจะแสดงได้ผ่าน portfolio ว่าเคยทำอะไรมาบ้างหรือ demo)
- ทีมงาน ต้องมีความตั้งใจจริง และมีความรับผิดชอบ อันนี้ก็สำคัญมากๆเหมือนกัน

Bank Loan

แปลเป็นไทยคือ กู้ธนาคารนั่นเอง
สิ่งที่เราควรเข้าใจเกี่ยวกับธนาคารคือ
ธนาคาร จะมีความเป็นมืออาชีพ มีระเบียบแบบแผน
เราควรจะมีการเขียน “แผนธุรกิจ” ไป เพื่อจะได้คุยกันง่ายว่า เราจะทำอะไร และที่สำคัญคือ แผนการเงิน (อยู่รวมในแผนธุรกิจ) ว่าจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ เงินเข้าเงินออกเท่าไหร่ และใช้คืนเขาได้ตอนไหน

(บางที่ ถ้าเราไม่มีไป เขาอาจจะใจดี นั่งคุยกับเราว่าเราทำอะไร และสรุปเป็นตัวหนังสือให้ หรือแนะนำวิธีเขียนให้เรา . . . หรือไม่ก็เชิญกลับบ้าน)
(การเขียนแผนธุรกิจ อาจจะนำมาแนะนำกันวันหลัง)
และสิ่งที่น่ากล่าวถึงก็คือ style การลงทุนของธนาคาร ธนาคารไม่ได้ต้องการกำไรเยอะมากเมื่อเทียบกับ angel capital โดยปกติทั่วไป ณ ขณะที่เขียนอยู่นี้ ธนาคารต้องการดอกเบี้ยจากเราที่ 5% – 15% เท่านั้น (เช่น สมมติดอกเบี้ย 5%กู้ 100 บาทต้องจ่ายคืน 105 บาท (100 บาทเิงินต้น ส่วน 5 บาทงอกมา เป็นกำไรของธนาคาร (กำไรส่วนนี้นี่เอง ที่ทำให้ธนาคารรวย และทำให้ธนาคารถึงอยากมาปล่อยกู้)))
แต่เมื่อกำไรไม่เยอะแล้ว สิ่งที่ธนาคารต้องการควบคู่กันคือ “ความแน่นอน”
โดยทั่วไป ผู้กู้จะต้องมีสินทรัพย์มาค้ำประกัน
ถ้าหาเงินมาคืนธนาคารได้ก็ดีไป
แต่ถ้าหาเงินมาคืนไม่ได้ ธนาคารก็จะได้ยึดสินทรัพย์ที่ค้ำประกันไปแทน
สำหรับในที่นี้ คงกล่าวถึงความเข้าใจในภาพรวมเกี่ยวกับการกู้เงินจากธนาคาร คร่าวๆเท่านี้
จริงๆ ยังมีประเด็นยิบย่อยที่น่ากล่าวถึงนิดหน่อย โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเกมโดยเฉพาะ แต่คงจะยาวเกินไป เราอาจจะแยกเป็นบทความเดี่ยวๆมาให้อ่านกันวันหลังนะครับ
อ้อ idea พวกนี้ที่เขียนถึง เป็นแค่ idea คร่าวๆนะครับ แต่ว่าแต่ละธนาคารก็จะมี style ปลีกย่อยของแต่ละที่ต่างกัน  (เช่น อัตราดอกเบี้ยต่างกัน หรือ ชอบรายย่อยๆเป็นพิเศษ หรือมีโครงการเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมใดเป็นพิเศษ) และเปลี่ยนไปตามเวลา ถ้าสนใจจริงๆ คงต้องไปขอข้อมูลของแต่ละธนาคารกันเอาเองนะครับ

พักแค่นี้ก่อน (อีกแล้ว)

คิดว่าพิมพ์มาค่อนข้างยาวแล้วสำหรับตอนที่ 2 ขอพักก่อน ไว้เจอกันตอนที่ 3 นะครับ
อ้อ เหมือนเดิมนะครับ หากท่านใดอยากเสริมตรงไหน comment บอกมาได้นะครับ จะได้เป็นประโยชน์กับคนที่มาอ่านทีหลังครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง







20 Nov 09

เรารู้กันอยู่แล้วว่า การทำเกมมันก็ต้องมีต้นทุน ไม่มากก็น้อย
เรารู้กันว่า เกมใหญ่ๆ ค่าพัฒนาเขาเป็นล้าน หรืออาจจะถึงร้อยล้านพันล้านเลย! (ค่าเงินเดือนของคนเป็นสิบและเป็นปีนี่แหละตัวดี)
การหาเงินทุนมาพัฒนาเกม ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องคิดเหมือนกัน
เราลองมาดูกันว่า มีวิธีจัดการกับเงินเพื่อมาใช้ใน project พัฒนาเกมของเราอย่างไรได้บ้าง และมีข้อดีและข้อควรระวังอย่างไร ลองมา share กัน

วิธีที่จะเสนอในบทความนี้ เท่าที่ร่างไว้ จะเสนอ 9 วิธี

  • Sweat Equity
  • ทุนส่วนตัว
  • การประกวด
  • Seed Funding
  • Angel Capital
  • Bank Loan
  • ตลาดหลักทรัพย์
  • Venture Capital
  • Publisher

หมายเหตุ : ไม่มีวิธีที่ดีที่สุดสำหรับทุกกรณี แต่ละวิธีต่างมีข้อดี และข้อควรระวัง และเงื่อนไขต่างกัน
และอาจจะใช้ผสมกันได้
สำหรับแต่ละคน ควรดูวิธีที่เหมาะกับกรณีของตัวเอง

เนื่องจากบทความอาจจะค่อนข้างยาว พิมพ์ทีเดียวไม่ไหว อาจจะขอแบ่งบทความเป็นหลายๆตอนนะครับ

ไม่ต้องใช้เงิน ใช้หยาดเหงื่อแรงกายตัวเองให้หมด (Sweat Equity)

ข้อดีคือ ไม่ต้องมีทุนทางด้านเงินเริ่มต้น และไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย
แต่ต้องมีทุนด้านคน ต้องมีทีมที่มี skill ครบตามที่ต้องใช้ (เช่น ไม่ใช่มีแต่คนเขียนโปรแกรม แต่ไม่มีคนทำ art work ได้เลย (มันจะเสร็จได้ไงล่ะนั่น))
และที่สำคัญและต้องระวังคือ ทุกคนจะต้องมีการเตรียมใจ และต้องมีแผนมองในระยะยาว
เพราะในขณะที่เราทำงาน แล้วไม่ได้เงินเดือน แล้วเราก็เห็นคนอื่นๆในสังคม ทำงานแล้วได้เงินทุกเดือน มองภายนอกเรายังกับคนตกงานเลย จะทำให้ใจเราหวั่นไหวหรือไม่?
โดยเฉพาะถ้าเราต้องมีทีมงาน อยู่กันหลายๆคน ต่างคนต่างใจ แถมมีชีวิต ต้องกินข้าว ต้องมีหน้ามีตาในสังคม อยากมีความก้าวหน้าในชีวิต การที่ทุกคนจะยืนหยัด ไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่คนเดียว เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ มันอาจจะยากเหมือนกัน

trick แนะนำสำหรับการใช้ sweat equity คือ เตรียมใจให้พร้อม ทุกคนมีเป้าหมายร่วมกัน มีแผนในระยะยาว
และถ้าให้ดี อย่าให้เวลาของ project ยาวเกินไป ความเสี่ยงจากการท้อใจของเพื่อนร่วมทีมจะได้ไม่มากเกินไป

ทุนส่วนตัว

ก็ให้ประกอบสัมมาอาชีพ (อาจจะทำอาชีพอื่น หรือรับจ้างพัฒนาเกมคนอื่นก็ได้) ถ้าเราไม่ฟุ่มเฟือยเราก็จะมีเงินเก็บ เอาเงินเก็บนี่แหละมาจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆในการพัฒนาเกมของเรา
ถ้าเรามีคนร่วมหุ้นหลายคน ก็คงจะเก็บได้เร็วหน่อย

ข้อดีคือ
เงินเราเอง ไม่ต้องขอใคร
ไม่ต้องโน้มน้าวใคร ซึ่งต้องใช้เวลา และอาจจะไม่ได้ก็ได้
ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย

ข้อที่ต้องพิจารณา
ถ้าเราไม่ได้มีเงินเยอะอยู่แล้ว อาจจะต้องใช้เวลาสำหรับการค่อยๆเก็บหอมรอมริบสักหน่อย
และมันเหมือนการลงทุน สิ่งที่เราต้องเจอคือ ความกังวล กังวลว่าเงินเราจะละลายหายวับไปกับตาไปโดยไม่ได้ผลตอบแทนเลยหรือไม่
การลงทุนทุกครั้งมีความเสี่ยง เรามีแผนและบริหารความเสี่ยงหรือไม่ และที่สำคัญคือ ใจที่รับกับความเสี่ยงได้

การใช้เงินลงทุน บางทีมันไม่ได้เกี่ยวกับว่าเรามีเงินเยอะหรือน้อย แต่บางทีเราก็กังวลว่า เงินมันจะได้ผลตอบแทนหรือว่าจะละลายหายไป
ทุกคนกลัวเสียเงิน
บางทีถ้าเราเห็นว่ามันจะหายวับไปกับตา แค่ 1000 เราก็ไม่มีเงินให้
บางทีถ้าเราเห็นว่าลงทุนแล้วเงินงอก จะเอาไปเป็นล้านจนหมดกระเป๋าก็เอาไป ดีไม่ดี ถึงตัวเองมีไม่พอ ยังจะยืมคนอื่นมาเทให้อีก! (ยิ่งเทมาก ยิ่งได้มาก)

นี่เป็นเรื่องที่เจ้าของเงินทุกคนคิด และเป็นหลักเดียวกันในการหาเงินทางอื่นด้วย

การประกวด

จะมีการประกวดพัฒนาเกมของหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ
เราจะได้เงินมาแทบจะฟรีๆเลย ดอกเบี้ยก็ไม่ต้องจ่าย แถมเรายังจะได้ชื่อเสียง ได้เป็น credit ด้วย
แต่ว่า งานประกวดแต่ละครั้ง มีผู้เข้าประกวดเป็นสิบ เป็นร้อย แต่มีตำแหน่ง มีคนที่จะได้รางวัลแค่ไม่กี่คน
มันจะไม่ค่อยชัวร์เท่าไหร่ คล้ายๆกับการรอถูกหวย บางทีเราเอาเวลาไปประกอบสัมมาอาชีพ ยังอาจจะได้เงินเท่ากันแถมได้ชัวร์

ข้อแนะนำสำหรับการส่งเกมเข้าประกวดคือ ให้การประกวดเป็นแค่ตัวช่วยเสริมเผื่อใช้มากกว่า
project เราก็ทำไป โดยอาจจะมีแผนหาทางอื่นด้วย แล้วก็ส่งประกวดไปด้วย ถ้าชนะก็โชคดีไปถือเป็นทางลัด แต่ถ้าไม่ชนะ เราก็หาจากทางอื่นที่เราวางแผนไว้แล้วไป

พักก่อน

พิมพ์มายาวแล้ว ไว้ต่อในตอนต่อไปนะครับ
สำหรับใครที่อยากเสริม หรือเห็นว่าตรงไหนยังโหว่แนะนำมาได้นะครับผ่าน comment เราอาจจะ revise บทความกัน และเป็นประโยชน์กับคนที่ตามมาอ่านทีหลัง

บทความที่เกี่ยวข้อง





Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes