พอดีช่วงที่ผ่านมามีโอกาสได้ฟังนายธนาคารพูด คิดว่าหลายคนน่าจะสนใจประเด็นพวกนี้ เลยเอามาเล่านะครับ
คือมีคนไปถามว่า “ทำ web site ขอสินเชื่อธนาคารได้มั๊ย”
นายธนาคารตอบมาเลยว่า “ไม่ให้ครับ”
โดยให้เหตุผลว่า ธุรกิจ web site มีการแข่งขันที่สูงมากเกินไป และมีความเสี่ยงสูงมาก ในโลกมี web เป็นพันล้าน แต่ที่ทำเป็นธุรกิจได้ดี มีเพียงหยิบมือ
ธุรกิจบันเทิง หรือพวกนวัตกรรม เทคโนโลยี (คือมี “เกม” อยู่ด้วยน่ะ) ธนาคารก็ไม่เอาเหมือนกัน ด้วยเหตุผลเหมือนกัน กระแสมาและไปไวมาก โดยมากไม่ค่อยยั่งยืน (ตัวอย่างเช่น Yahoo ที่เราเคยคิดว่าเป็นเจ้าพ่อเจ้าหนึ่งใน internet ยิ่งใหญ่ได้ไม่ทันถึง 5 ปี ตอนนี้อาการร่อแร่ซะแล้ว)
ซึ่งจะไม่เหมาะกับลักษณะการลงทุนของธนาคาร ที่ไม่ได้ต้องการกำไรเยอะ แต่ต้องการความมั่นคง และเก็บกินได้นานๆ
ความเสี่ยงอีกอย่างของพวก web site คือ มักจะมีทีมงานไม่กี่คน และงานมักจะผูกติดกับตัวบุคคล
ถ้าเกิดมีคนออกไปสักคน ก็ทำให้ล่มกันหมด ถือเป็นความเสี่ยงอีกเหมือนกัน
(ลองสำรวจดูสนุกๆว่า สำหรับคนทำเกม ทีมทำเกมของเรา มีโครงสร้างที่เป็นความเสี่ยงแบบนี้ด้วยหรือไม่)
และเขาบอกเพิ่มเติมว่า ต่อให้มีสินทรัพย์ค้ำประกันที่เพียงพอก็ไม่เอา เพราะว่าธนาคารจะไม่ทำตัวเป็นโรงรับจำนำ ต่อให้ยึดสินทรัพย์ค้ำประกันมา ก็จะเป็นภาระเรื่องการเอาไปขายทอดตลาด มีความเสี่ยงที่จะขายไม่ได้ราคาด้วย และที่สำคัญคือทำให้ rating ธนาคารไม่สวย
แต่ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า ธุรกิจพวกเกม หรือนวัตกรรม เทคโนโลยี จะหาแหล่งเงินทุนไม่ได้นะครับ
ข้างบนก็แค่บอกว่า มันไม่ได้เหมาะกับธนาคาร . . . แต่มีที่เหมาะทางอื่น
บริษัทอย่าง Microsoft หรือ Apple นี่ ธนาคารก็ไม่เอา
แต่ว่าบริษัทพวกนี้ มักจะโตมาจากเงินของ Venture Capital แทน (หรือไม่ก็ทุนส่วนตัว ถ้าลงทุนไม่มาก)
ข้อมูล เกร็ดเกี่ยวกับ Venture Capital คือ นี่เป็นกลไกที่สำคัญอย่างมาก ในการเติบโตของบริษัทเทคโนโลยี จำนวนมากในอเมริกา โดยเฉพาะในแถบ Silicon Valley ที่เราคุ้นชื่อกัน
บริษัทพวกนี้มีความเสี่ยงสูงไปสำหรับธนาคาร
เราเห็นบริษัทใหญ่ๆ ในอเมริกา อย่างเช่น Microsoft หรือ Apple นี่ ไม่ได้หมายความว่า บริษัทเทคโนโลยีทุกบริษัทที่เปิดขึ้นมาในอเมริกาจะประสบความสำเร็จหมดนะครับ ที่เราเห็นในข่าว นั่นแค่ส่วนยอดเท่านั้น
เอาจริงๆ ตัวเลขอัตราการเจ๊ง ถ้าผมจำไม่ผิดจะอยู่ 99% หรือ 99.9% นี่แหละ
ประมาณว่า ลงทุนไป 100 บริษัท จะมีที่รอดและเติบใหญ่แค่ 1 บริษัท ให้เราได้เห็นในข่าว (ใครๆก็อยากเขียนข่าวเกี่ยวกับความสำเร็จ) ที่เหลือเจ๊งขาดทุนหมดอย่างเงียบๆ (Failure has no PR)
เห็นตัวเลขสถิติแบบนี้ ก็คงทำให้เราเข้าใจธนาคารว่า ทำไมถึงไม่เอา
แต่ถ้าไม่ยอมเสี่ยงเลย ธุรกิจมันก็เกิดไม่ได้ หรือจะว่าอีกอย่างคือ การที่ลงทุนเจ๊ง 99 บริษัท เป็นสิ่งจำเป็นถ้าอยากให้เกิดบริษัทที่สำเร็จ 1 บริษัท
เพราะงั้น Venture Capital ที่รับความเสี่ยงได้ (ชื่อก็บอกว่า Venture = ผจญภัย) จึงมีความสำคัญ และช่วยในการเติบโตของบริษัทเทคโนโลยีในอเมริกาอย่างมาก
สำหรับคนทำเกม ถ้าเราเห็นแบบนี้ ถ้าเผื่อเจอธนาคารปฎิเสธจะได้ไม่เศร้าเกินไปหรือไปโกรธเขา เพราะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร และทำตัวถูก วิ่งไปหาได้ถูกคนขึ้น



